ขิง

ขิง

ขิง สามารถปลูกได้ทุกจุด ยกเว้นพื้นที่ที่มีความร้อนสูงหรือโดนแดดโดยตรง และจะเจริญเติบโตได้ดีในที่ร่มหรือที่อุณหภูมิ 21 องศาฟาเรนไฮต์ หรือประมาณ 21 องศาเซลเซียส ปลูกขิงโดยการใช้เหง้าหรือขิงแก่อายุประมาณ 10-12 เดือนมาผึ่งลมให้แห้ง แล้วหั่นเป็นท่อนความยาวประมาณ 2 นิ้ว แต่ละท่อนควรมีตาติดอยู่ประมาณ 2-3 ตา แล้วปักลงไปในดินผสมปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยคอกหรือกากถั่ว เพื่อให้ดินโปร่ง และเลี่ยงการใช้ปุ๋ยเคมี เพราะจะทำให้รากเน่า เมื่ออายุได้ 2 เดือนให้ใส่ปุ๋ยคอกและกลบดินที่โคน จากนั้นอีก 1 เดือนค่อยกลบโคนอีกครั้ง เพื่อกระตุ้นให้ ขิง แตกหน่อ

ขิง

ประโยชน์ของขิง :

  • ขิงจัดว่าเป็นยาอายุวัฒนะชั้นยอด
  • มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระเป็นจำนวนมาก ช่วยชะลอความแก่และชะลอการเกิดริ้วรอย
  • มีส่วนช่วยในการป้องกัน ต่อต้านการเกิดโรคมะเร็ง ต่อต้านการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
  • ช่วยลดผลข้างเคียงจากสารเคมีที่ใช้ในการรักษามะเร็ง ดังนั้นควรรับประทานขิงควบคู่ไปกับการรักษามะเร็งจะเป็นผลดี
  • ขิงมีฤทธิ์อุ่น ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น และช่วยในการขับเหงื่อ
  • ช่วยแก้อาการร้อนใน ด้วยการใช้ลำต้นสด ๆ นำมาทุบให้แหลกประมาณ 1 กำมือ แล้วต้มกับน้ำดื่ม
  • ช่วยลดความอ้วน ลดระดับไขมัน คอเลสเตอรอล ด้วยการดูดซึมคอเลสเตอรอลจากลำไส้ แล้วปล่อยให้ร่างกายกำจัดออกทางอุจจาระ
  • ช่วยรักษาอาการปวดศีรษะและไมเกรน ด้วยการรับประทานน้ำขิงบ่อย ๆ
  • ช่วยลดความอยากของผู้ติดยาเสพติดลงได้
  • แก้ตานขโมย ด้วยการใช้ขิง ใบกะเพรา พริกไทย ไพล มาบดผสมกันแล้วนำมารับประทาน
  • ช่วยรักษาโรคความดันโลหิต ด้วยการนำขิงสดมาฝานต้มกับน้ำดื่ม
  • ช่วยบำรุงหัวใจของคุณให้แข็งแรง
  • ช่วยบรรเทาอาการของโรคประสาท ซึ่งทำให้จิตใจขุ่นมัว (ดอก)
  • ช่วยฟื้นฟูร่างการสำหรับมารดาหลังคลอดบุตร ด้วยการรับประทานไก่ผัดขิง
  • มีส่วนช่วยให้เจริญอาหาร (ราก, เหง้า) ด้วยการใช้เหง้าสดประมาณ 1 องคุลีนำมาต้มกับน้ำดื่ม ก็จะได้เป็นยาขมเจริญอาหาร
  • ใช้กินเพื่อบำรุงเป็นยาธาตุ บำรุงธาตุไฟ (เหง้า, ดอก)
  • ใช้บำรุงน้ำนมของมารดา (ผล)
  • ช่วยทำให้นอนหลับได้อย่างสบาย